ปุจฉา มีสิ่งหนึ่งที่เราค้านต้านทานมันไม่ได้ สิ่งนั้นคืออันใด
๖ ตุลาคม ๒๕๔๑
เมื่อวานไม่ได้เขียนไดอารี่ ไม่รู้สิไม่มีเวลาเขียนเลย กูรีบตื่นมาตั้งแต่เช้า อายว่ะไม่อยากตื่นมาแล้วเจอหน้ามึง กูทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี เรื่องเมื่อคืนมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วเสียจนกูตั้งรับไม่ทัน เสียใจไหมที่ทำแบบนั้น จากใจจริงๆนะ ไม่เลยว่ะ กูดีใจเสียอีกที่เมื่อคืนได้ทำแบบนั้นกับมึง สำหรับมึงไม่รู้ว่าทำไปเพราะอยากรู้อยากลองเฉยๆหรือว่าเพราะอะไรอื่นอีก แต่สำหรับกูกูทำไปด้วยใจ ยังจำตอนที่กลับขึ้นมานอนได้ มึงยังกอดกูอยู่เหมือนเดิม กูคงไม่ได้เข้าข้างตัวเองไปใช่ไหม ว่าบางทีมึงอาจจะคิดเหมือนอย่างที่กูกำลังคิด พอแค่นี้ล่ะแม่เรียกแล้ว
เสียงกระดิ่งที่ห้อยอยู่คอวัวในคอกสั่นดังกุ๊งกิ้ง มันสั่นเพราะวัวเองสะบัดหน้าไล่การตอมของแมลงต่างๆ เพลาเช้าตรู่อากาศของวันนี้เย็นกว่าทุกวัน สัญญาณของหน้าหนาวก้าวย่างเข้ามาบอกแล้ว เสียงแม่บุญช่วยร้องเรียกน้ำให้ลงไปช่วยเอาน้ำให้อีกว้างวัวในคอกเพราะเห็นเดินกลับมาจากบ้านของแม่นิ่มนานแล้ว
"ทำไมวันนี้มาเร็ว ทุกทีเห็นแม่นิ่มต้องร้องปลุก"
แม่บุญช่วยเอ่ยถามเมื่อเห็นหน้าบุตรชาย
"เมื่อคืนนอนเร็วน่ะแม่ เออปลาดุกเมื่อคืนตัวเบ้อเร่อเลยนะแม่ คงเป็นแม่มันเบ็ดนี่เกือบหักแน่ะ น้ำขังแยกไว้เพราะกลัวปลาหมอมันจะแทงเอา"
เปลี่ยนเรื่องพูดเบี่ยงประเด็นไปให้มารดาไม่อยากรู้เรื่องเมื่อคืนมากนัก น้ำหยิบนั่นจับนี่ให้เป็นปกติมากที่สุด ตะวันเริ่มทอแสงสีเงินฉาบทั่วแผ่นฟ้าไล่ความมืดสลัวของตอนเช้ามืดไปแล้ว เสียงนกเสียงการ้องระงมอยู่ทั่วบริเวณ เสียงประจำวันของตอนเช้าตรู่ของแต่ละครัวเรือนใกล้เคียงดังขึ้นเป็นปกติอีกครา เหมือนกับเสียงของแม่นิ่มที่ร้องเรียกบุตรชายให้ตื่นจากหลับไหลจากภวังค์ราตรีที่ยาวนาน รู้ไหมแค่ได้ยินเสียงแม่นิ่มร้องเรียกชื่อของเพื่อนรักที่เพิ่งแกะมือออกจากอกมาไม่นาน หัวใจมันสั่นไหวเต้นแรงขึ้นมาทันที
"ไอ้บอท ตื่นได้แล้วจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน น้ำมันยังตื่นแล้วเลย อะไรกัน นอนก็นอนพร้อมกัน ไอ้บอท ไอ้บอด ตื่น"
"โอ๊ยแม่ บงบอดอะไรกันล่ะ ตาออกจะวิ้งๆขนาดนี้ โหตื่นแล้วๆ นอนมองเพดานอยู่"
เสียงลูกชายตอบรับลงมาจากบนเรือน น้ำเองแอบอมยิ้มที่ได้ยินเสียงบอทตอบออกมาแบบนั้น
"ไปเอาฟางมาให้อีน้อย"
"คร้าบคุณแม่นิ่ม ผมทำทุกวันล่ะคร้าบ ร้องเสียงดังแต่เช้านะแม่ ไม่อายแม่บุญช่วยบ้างเหรอ เดี๋ยวเขาก็หาว่ามีลูกชายขยันกว่าบ้านเขาอีกนะ"
"เออ ให้มันได้อย่างนี้ เขารู้กันหมดแล้วล่ะว่าลูกชายบ้านนี้มันขยัน ขยันเสียตัวเป็นขน"
"ฮ่าๆๆ ไม่เอาแล้ว ไปเอาฟางมาให้อีน้อยดีกว่า"
บอทคว้าจักรยานแล้วรีบปั่นออกจากบ้าน ผิวปากเหมือนเดิมทุกเช้า พอปั่นผ่านหน้าบ้านน้ำก็แวะก่อน น้ำเองรู้ตัวแล้วใจเต้นตึกตักหน้าระบายสีเลือดฝาดขึ้นมาทันที
"ไงครับที่รัก หนีกันมาเลยน้า ไม่ยอมปลุก ปล่อยให้ผัวนอนโดนแม่ด่าเลยน้า"
บอทพูดออกมาน้ำเองหัวใจแทบจะระเบิดออกมา เพิ่งรู้ว่าคนที่หัวใจเต้นผิดจังหวะมันคงไม่ต่างกันกับเขาตอนนี้ มันระริกระรัวเร็วจนหายใจตามไม่ทัน หน้าก็แดงฉานออกมาเหมือนเอาพู่กันแต้มชาดมาระบาย น้ำหันหน้ามาหาต้นเสียงแต่ไม่ได้สบตา
"ไม่มองหน้าสามีหน่อยเหรอจ๊ะ"
"บ้าแล้วบอท อย่าพูดไปเชียวเดี๋ยวแม่รู้"
ยอมมองหน้าสบตา แววตาหวานละมุนนั้นมันบาดใจเหลือเกิน ไรหนวดอ่อนๆเหนือริมฝีปากมันเป็นแผงปกคลุมอยู่บางๆ รอยยิ้มที่กระชากใจให้กระตุกไป เพิ่งจะสังเกตว่าเพื่อนรักมีรอยยิ้มมหาเสน่ห์ก็วันนี้เอง
"รู้ก็ดีสิ จะได้ให้แม่นิ่มมาสู่ขอเลย อิอิ รอกินข้าวด้วยนะ เดี๋ยวมากินด้วย"
บอทบ่ายหน้าจักรยานปั่นหนีไปทันที น้ำเองยืนนิ่งยิ้มออกมาหุบไม่ลง ดีใจ ปลื้มใจเหลือเกิน แววตาที่เพื่อนรักมอง ดวงตาที่ฉายประกายแบบนั้นออกมา เขาไม่ได้รังเกียจหรือรู้สึกอะไรอย่างที่คิดไปเลย เรื่องเมื่อคืนก่อนเกิดเหตุกับตอนนี้ เขาเคยมองยังไงเขาก็ฉายแววตาออกมาอยู่อย่างนั้น ใจละลาย มีความสุขเหลือเกิน ทำไมวันนี้ท้องฟ้ามันช่างโปร่งใสสะบายตาจังนะ สีครามของท้องฟ้าที่แหงนมอง ทำไมมันช่างครามสดใสสวยงามเสียเหลือเกิน รอบกายมีแต่กลิ่นอายของความสดชื่นตลบอบอวลไปหมด นี่น่ะหรือเขาเรียกว่าความสุข ได้สัมผัสกับมันแล้วจากที่เคยอยู่แต่ในใจที่อึมครึมอับทึบมานาน วันนี้ฟ้าแห่งใจเปิดออกแล้ว ไม่รู้ว่าเพื่อนรักจะคิดไปไกลหรือใกล้แค่ไหน แต่พอใจแล้ว ไม่อยากรับรู้ว่าภายในใจของเขาจะคิดอย่างไร แค่นี้ก็พอเพียงแล้วที่จะหล่อเลี้ยงใจให้อยู่ต่อไปได้
"เป็นไรวะไอ้น้ำ ยิ้มทั้งวันเลย นี่มึงไปกินอะไรผิดมาป่ะเนี่ย"
เสียงเล็กปลุกให้ตื่นจากภวังค์ น้ำไม่แสดงอาการอะไรออกมามากนัก
"อ้าว กูจะมีความสุขบ้างไม่ได้หรือไงวะเล็ก กูนอนเยอะกูก็ตื่นมาสดชื่นเป็นเรื่องปกติดิวะ"
"เหรอ แต่หน้าตามึงเนี่ยเหมือนคนมีความรักเลยว่ะ ไม่เหมือนคนนอนเยอะเลยสักหน่อย ถ้าหน้าตาเหมือนคนนอนเยอะ โน่นหน้าเหมือนอีเดือนโน่น อีนั่นน่ะนอนเยอะของจริง นอนตั้งแต่สองทุ่ม"
เล็กเองก็ไม่ยอมแพ้พยายามสังเกตหน้าตาของเพื่อนสนิท
"แล้วไอ้บอทมันไปไหนวะ เลิกแถวเสร็จหายไปเลยนะมึง"
"อ้อ บอทไปบ้านจารย์แววน่ะ ไปช่วยขนชีท"
"กูว่ามึงต้องมีอะไรแปลกๆแน่ๆ ทำไมพูดถึงชื่อมันมึงต้องยิ้มด้วยวะไอ้น้ำ มึงรักมันเหรอ"
"เฮ้ย บ้ามึง พูดอะไรเนี่ย"
ทั้งที่พยายามจะไม่แสดงออก พยายามกดบีบความรู้สึกเอาไว้ในใจ แต่ทำไมความรู้สึกดีรู้สึกปลาบปลื้มปีติมันจึงล้นออกมา
"มึงไม่ต้องมาหลอกกูหรอกไอ้น้ำ กูรู้จักมึงดี จริงไหมล่ะ"
เล็กโพล่งออกมาตรงใจแทงเข้ากลางใจ น้ำสะอึกพูดไม่ออก พยายามเบนไปเรื่องอื่นแต่เล็กไม่ยอมหลงประเด็น
"ไม่ใช่ มันไม่ใช่อย่างนั้น กูไม่ได้รักมัน มึงเป้นบ้าเหรอเล็ก"
"กูไม่เชื่อ กูดูออกว่ามึงกำลังมีความรัก และจะเป็นคนอื่นไปไม่ได้ เพราะวันๆกูเห็นมึงตัวติดกันกับไอ้บอทไม่มีคนอื่น อย่ามาหลอกกู"
"แล้วยังไง ถ้ากูจะรักมัน แล้วยังไง"
ทนไม่ไหว ไม่รู้จะหนีไปทางไหนดี สรรหาคำพูดหลอกล่อล้านแปดแต่เพื่อนคนนี้ก็ไม่ยอมเชื่อพยายามจะเค้นเอาคำตอบให้ได้ ไม่อยากให้ใครรู้แต่ในเมื่อมันปิดไม่ได้จะให้ทำยังไง
"กูว่าแล้ว กูดูไม่ผิดไปจริงๆ มึงมานี่ไอ้น้ำ"
เล็กลากแขนน้ำเดินขึ้นอาคาร ๒ เดินตรงเข้าไปในห้องสมุดเพราะตอนเช้าๆไม่มีนักเรียนคนไหนจะขยันจัดจนเข้าห้องสมุดแต่เช้าเพื่อค้นคว้าหาตำราอ่าน มีแต่เด็กนักเรียน ม. ต้นบางคนที่มาคอยอ่านนิยายจากหนังสือพิมพ์ที่อาจารย์เวรประจำห้องสมุดจะเอามาใส่ไว้ให้อ่าน แต่นอกนั้นก็ไม่มีใคร
"ไหนมึงเล่าให้กูฟังซิ ว่าเกิดอะไรขึ้น"
เล็กยังเค้นเอาคำตอบอยู่ ทำสีหน้าแววตาทำเหมือนนักสืบขึ้นมา
"อะไรของมึงอีเล็ก กูไม่รู้จะบอกอะไร มันเป็นแค่ความรู้สึก"
"มึงรักมันใช่ไหมล่ะ"
น้ำเม้มปาก ไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้เขาเรียกว่าความรักหรืออะไร
"กูไม่รู้"
"กูสังเกตมึงกับมันมานานแล้ว มึงสองคนมันมีอะไรมากกว่าเพื่อนสนิท กูไม่แน่ใจหรอกจนวันนี้ มึงดูมีความสุขมากมึงรู้ตัวไหม"
"กูผิดปกติใช่ไหมเล็ก มึงอย่าไปบอกใครนะ ถือว่าเห็นแก่กู"
"กูรักมึงเหมือนกันนะน้ำ ถึงกูจะเป็นทอมกูก็รักเพื่อนเหมือนกันนะ ห้องเราไม่มีใครสังเกตหรอก พวกนี้มันโง่จะตาย วันๆคุยแต่เรื่องผัวๆเมียๆ มึงเองก็อย่าไปแสดงอาการออกให้มันมาก"
"ขอบใจว่ะเล็ก กูไม่รู้จริงๆว่าความรู้สึกแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร แต่เวลาที่กูอยู่กับมัน กูรู้สึกดีมาก มีความสุข กูไม่ได้ขออะไรมากนะ แค่อยู่อย่างนี้ไปจนจบ"
"แล้วมันล่ะน้ำ มันรู้สึกแบบมึงไหมล่ะ"
สะอึก พูดไม่ออก นั่นล่ะที่กลัวอยู่ นั่นล่ะที่ทำให้เครียดอยู่ ได้แต่เม้มปากแน่นเข้าหากันหน้าชาความรู้สึกในตอนนี้เหมือนตนเองเป็นผู้ร้ายที่กำลังโดนเจ้าหน้าสอบสวน ไม่ได้กล่าวโทษเพื่อนที่ซักไซร้รุกไล่อยู่ในตอนนี้ แต่ปากที่เอ่ยออกไปมันไม่ใช่ในสิ่งที่ใจอยากจะตอบ
"ไม่รู้สิเล็ก กูไม่รู้มึงอย่าซักกูมากได้ไหม กูไม่รู้จะตอบมึงยังไงดี"
"น้ำ มึงเป็นเพื่อนที่กูรักนะ มีอะไรมึงจะปิดกูได้เหรอ ทีกูยังเล่าทุกอย่างให้มึงฟัง ถ้าเห็นกูยังเป็นเพื่อนมึงอยู่ อย่าปิดกูได้ไหม กูไม่ได้ว่าหรืออะไรกับความรู้สึกของมึงที่มีต่อไอ้บอทมัน แต่กูแค่อยากรู้ว่ามึงคิดอะไรอยู่ เผื่อว่ากูจะทำอะไรให้มึงได้บ้าง"
เล็กเอ่ยออกมาเสียงเย็นขรึม สายตาจ้องมองเพื่อนที่นั่งหน้านิ่งสายตาดูวกวนสับสนอยู่ในตอนนี้
"มึงจะทำอะไรล่ะเล็ก มึงจะทำอะไรให้กู เพราะตัวกูเองยังไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร กูรู้ว่ามึงเป็นเพื่อนรักกู แต่กูก็ไม่ได้ปิดมึง จริงที่กูรู้สึกประหลาดกับบอทมัน แต่กูอธิบายให้มึงฟังไม่ได้ว่ามันคืออะไร มันจะเป็นความรัก หรืออะไรก็ช่าง แต่มึงรู้ไว้กูไม่ได้จะปิดมึงหรือไม่อยากให้มึงรู้"
ความเงียบเข้ามาบดบังเล็กเองเหมือนเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าไล่ต้อนเพื่อนมากเกินไป เม้มปากเข้าหากันเอื้อมมือไปตบบ่าเพื่อนเบาๆ
"เอาเถอะน้ำ กูขอโทษ กูก็เป็นอย่างนี้ล่ะ มึงอย่าถือสากูเลย กูแค่เป็นห่วง แต่น้ำมึงฟังกูนะ ถ้ามึงรักมัน ก็รักมันอย่าได้อาย หรือเกรงใจใคร มึงไม่ได้ผิดปกติหรือวิปริตผิดเพศ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง กูอยู่ข้างมึงเสมอเพื่อน"
น้ำมองหน้าเพื่อนสาวห้าวด้วยสายตาที่ชื่นชม ดีใจที่มีเพื่อนแบบนี้ ไม่คิดว่าเพื่อนต่างหมู่บ้านที่ตอนเรียน ม. ต้นแม้จะอยู่คนละห้องแต่พอมาเรียน ม. ปลายจะสนิทกันได้มากขนาดนี้
"ขอบใจว่ะเล็ก มึงอย่าเพิ่งไปอะไรกับบอทมันล่ะ กูกลัว"
"กลัวว่ามันจะไม่เหมือนเดิมน่ะเหรอ"
"อืม"
"เอาน่า กูดูมันออก มันรักมึงมากนะ แม้จะดูไม่ออกว่ามันเป็นรักแบบไหน เอาเถอะ ไปเรียนเถอะ"
สายลมของเหมันต์แรกพัดมาปะทะหน้า กลิ่นอายของฤดูที่ชื่นชอบกลิ่นของแมกไม้รายรอบพัดมาตามลมนั้น ชื่นใจ หวามในใจ วันนี้แม้จะลำบากใจในบางเรื่องแต่ก็นับว่าเป็นวันที่สุขใจมากวันหนึ่ง พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน พรุ่งนี้หรือวินาทีถัดไปจะเดินจะเป็นไปในทิศทางไหนก็เรื่องของมัน รู้แต่เพียงว่าตอนนี้มีความสุข ถ้าอย่างนั้นก็ขอเสพความสุขนี้ให้ได้นานๆก็พอ
"น้ำข้อนี้เราทำไม่ได้อ่ะ สอนวิธีทำหน่อยสิ"
บอทยื่นหน้ามาใกล้แม้ไม่ใกล้มากแต่กลิ่นลมหายใจนั้นมันแจ่มชัดนัก น้ำเอียงคอไปหาแล้วมองในสมุดจดของบอท
"ทำแบบนี้ เอ็กซ์คูณด้วยวาย แล้วเอาไปหารตัวแปร"
น้ำเองก็ยินดีปรีดาที่จะแสดงวิธีทำให้เพื่อนรักดู บอทเองเอามือวางที่บ่าของน้ำเช่นเคยเหมือนทุกครั้ง ไม่มีใครสงสัย ไม่มีใครแคลงใจ แต่เจ้าของร่างกลับสั่นไหววาบหวามเข้าไปถึงใจ รู้ไหมแค่ได้นั่งใกล้ปล่อยให้ความเงียบมันเข้ามาแทรกผ่านก็ยังมีความสุขเพราะความเงียบนั้นมันทำให้ได้ยินเสียงเขาหายใจ เพราะความเงียบนั้นมันทำให้เราได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ในอกของคนที่นั่งข้างๆ แค่ได้ยินการเคลื่อนไหวของร่างกายก็เป็นสุขแล้ว
"เป็นไรน้ำเหม่อเชียว คิดถึงเรื่องเมื่อคืนเหรอ ไม่ต้องคิดหรอก เดี๋ยวคืนนี้เราจะยืมหนังสือโป๊ไอ้ไก่กลับไปดู เราไปทำเหมือนในหนังสือกันนะ"
น้ำหน้าแดงอายขึ้นมาแต่คนพูดไม่ได้มีอาการอะไรออกมาเลย
"บ้าเหรอบอท"
"ทำไมล่ะ น้ำเป็นเมียเราแล้วนะ จะปฏิเสธผัวเหรอจ๊ะเมียจ๋า"
"ใครบอกเป็นเมีย ยังไม่ได้อะไรกันสักหน่อย"
ตอบออกไปทั้งที่ยังอาย น้ำเองเป็นคนไม่ยอมใครง่ายๆ ที่เขาเรียกว่าปากดี ในใจกับสิ่งที่พูดออกไปมันไม่ตรงกันเลยแม้แต่น้อย ในใจเหมือนกลองที่โดนประโคมตีให้ดังสนั่นหวั่นไหว แต่คำพูดที่เผล่งออกมาท้าทายไม่ยอมกัน
"ก็คืนนี้ไงจ๊ะน้ำจ๋า อิอิ เราไปคุยกับไอ้ไก่ก่อนนะ น้ำเดินไปรอหน้าโรงเรียนนะ"
ต้นอโศกที่รายเรียงอยู่ตั้งแต่ประตูทางเข้าโรงเรียน ลู่ตามลมไปในทิศทางเดียวกันต้นสูงยาวทอดเงาไปตามพื้นถนนซีเมนต์ ทางเข้าโรงเรียนมีถนนเข้าโรงเรียนเป็นเลนเล็กๆสองเลน ตรงกลางก่ออิฐขึ้นเป็นกระถางปลูกดอกเฟื่องฟ้าเป็นแถวยาวไปจนถึงหน้าเสาธง มองจากหน้าโรงเรียนเข้าไปงามวิจิตร เด็กนักเรียนกำลังทยอยเดินออกจากโรงเรียนในตอนเย็น น้ำเองแม้อยากจะอ้าปากด่าบอทไปที่พูดออกมาแบบนั้นแต่ก็ได้แต่ยิ้มพึงพอใจเดินออกจากโรงเรียน ทั้งวันบอทยังเป็นเหมือนเดิม สิ่งที่เคยทำเคยพูดก็ยังทำเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกเปลี่ยนไป เขาคงไม่รู้ว่ายิ่งเขาเหมือนเดิมเท่าใด น้ำเองยิ่งถลาจมดิ่งลงไปมากเท่านั้น แต่กระนั้นก็สุขใจ อิ่มในอกล้นออกจากทรวง ในชีวิตไม่เคยอ้อนวอนร้องขอสิ่งใดจากสิ่งศัดิ์สิทธิ์ในสากลโลกนี้ ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงก็ขอให้ความสัมพันธ์ของสองเรามันเป็นไปอย่างนี้ตราบนานเท่านานด้วยเถิด
"น้ำเป็นไรอ่ะ เหมือนมีอะไรในใจป่ะเนี่ย แอบคิดอะไรกับเราป่าว"
บอทเอ่ยขึ้นตอนเดินกลับบ้านกันสองคนตามปกติ เพื่อนรักที่เดินเคียงข้างหน้าแดงเป็นลูกตำลึงไม่ยอมหาย ก้มหน้าไม่ยอมสบตา
"ปะ เปล่านี่บอท เหมือนน้ำจะเป็นหวัด"
ตอบอ้อมแอ้มไปไม่ยอมสบตา
"ไหนเราดูหน่อย ตัวร้อนป่าว"
บอทเองก็รู้ดีว่าน้ำอายเอามือเชยคางให้หันมามองน้ำเองแม้จะอายแต่เพื่อนรักทำถึงขนาดนี้จะมัวมาเอียงอายอยู่ก็กลัวว่าความในใจมันจะเผยออกมา น้ำยอมสบตาของบอท พลันแววตาก็นิ่งค้างอยู่สายตาที่มองประสานกันมันจ้องลึกลงไป แววตาที่ฉายแววออกมามันมีอะไรซ่อนแอบอยู่อย่างยากจะอธิบาย
"ก็ไม่เห็นตัวร้อนนี่ ทำไมหน้าแดงอ่ะ"
"บอท น้ำถามจริงๆนะ เรื่องเมื่อคืนน่ะ"
"หือ ทำไมครับที่รัก"
บอทเองก็ยังล้อเลียนอยู่ทำหน้าทะเล้นใส่ แต่น้ำเองเหมือนพยายามเก็บกดอารมณ์
"ไม่ตลกนะบอท น้ำไม่เล่นด้วยแล้วนะ"
น้ำเสียงเหมือนประชดเดินหนีไปก่อนแล้ว บอทเองยิ้มออกมารีบเดินตามคว้าข้อมือของน้ำเอาไว้
"น้ำ แล้วใครบอกว่าเราทำเล่นๆล่ะ"
"บอท"
หัวใจร่วงลงดิน เคยได้ยินแต่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับรู้สัมผัสว่ามันอย่างไร อาการมันเหมือนกระโดดลงจากหอสูงร่างกายลอยแน่นิ่งอยู่ในอากาศหัวใจหวิวหลุดลอยไปเหมือนลอยอยู่บนปุยเมฆ น้ำเม้มปากแน่น
"ฮ่าๆ ดูทำหน้าเข้า คิดมากน่า ปะรีบกลับเราจะได้ดูหนังสือโป๊กัน ดูซิว่าเขาทำกันยังไง"
แล้วเคยไหมที่ใจหล่นลงพื้นกระแทกหิน อาการมันเหมือนโดดลงจากที่สูงแล้วร่างกระตุกไหวด้วยแรงกระแทกนั้น ไม่เจ็บหรอกแต่มันชา ชาแปลบเข้าไปถึงหัวใจ
"บอทดูไปคนเดียวเถอะ น้ำจะช่วยน้องตักน้ำ"
ตวัดเสียงขึ้นแต่พยายามไม่ให้มันมากไป อาการที่ใจมันสื่อออกมาร่างกายมันควบคุมลำบาก สีหน้า ท่าทางมันช่างพ้องสอดคล้องไปกับนายใหญ่ของร่างคือหัวใจ
"น้ำ เป็นไรอ่ะ โกรธเราเหรอ"
"ไม่นี่บอท น้ำจะไปโกรธบอทเรื่องอะไร"
"น้ำ เรื่องเมื่อคืนน่ะ เราเต็มใจทำนะ"
น้ำนิ่งหยุดก้าวเดิน นิ่งอยากฟัง นิ่งเพราะคำพูดกระแทกหูกระชากใจ
"อืม แล้วไง"
"ก็อยากให้น้ำรู้ว่าน้ำรู้สึกยังไง เราเองก็รู้สึกอย่างนั้นนะ"
"บอท แล้วบอทรู้เหรอว่าน้ำรู้สึกยังไง"
ตาเบิกกว้างอารมณ์ที่เก็บกดมันเอาไว้นานฉายออกมาทางแววตา
"รู้ดิ ทำไมเราจะไม่รู้ รู้ว่าน้ำคิดยังไงกับเรา"
"คิดอะไรบอท พูดให้ดีๆนะ น้ำคิดอะไร"
ไม่มีคำตอบแต่เป็นรอยยิ้มที่ฉายออกมาทางมุมปาก
"ตอบมาสิบอท ว่าน้ำคิดอะไร อะไรที่บอทคิดว่าน้ำรู้สึกยังไง"
เหมือนมีหอกแทงปักอยู่ที่หลังแสบแปลบร้อนรนอยู่ อยากจะรู้ อยากจะกระจ่างใจ
"แน่ใจเหรอน้ำว่าอยากรู้ว่าเรารู้อะไร"
พอเขาย้อนกลับมาน้ำเองที่เป็นฝ่ายสะอึกพูดไม่ออก
"เอาเถอะบอท รีบกลับเถอะ"
เดินนำหน้าไปอีกครั้ง แต่คราวนี้บอทไม่ตามไปดึงข้อมือไว้ ปล่อยให้น้ำเดินห่างออกไปเจ้าตัวยังนิ่งอยู่ที่เดิม เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
"น้ำ เรารักน้ำนะ"
แล้วเคยไหมที่หัวใจร่วงลงพื้นเป็นครั้งที่สามติดกัน อาการมันร้ายแรงกว่าสองครั้งที่แล้ว เหมือนล้มทั้งยืน โสตประสาทดับวูบ เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่มันลอยละลิ่วแว่วดังอยู่ไกลๆ แผ่วเบาเหมือนลอยมากับลม เหมือนดังปุยนุ่นต้องลมลอยไปไม่มีทิศทาง หัวใจเอยก็กำลังเป็นเช่นนั้นอยู่ น้ำแน่นิ่งอยู่กับที่ไม่ไหวติง เม้มปากแน่นจนกรามสั่นไหว
"บอท"
ครางเรียกชื่อออกมาแผ่วเบาเช่นกัน ดีใจหรือ ไม่รู้สิมันมากกว่านั้น มันมากกว่าดีใจแต่ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไรดี อะไรหนอที่ทำให้ใจมันพองคับเต็มอก ดันลมในร่างให้ไล่ขึ้นมาอยู่ที่ลำคอจุกแน่นอยู่ในดวงตา พลันน้ำใสๆก็เอ่อนองออกมา
"อย่าบอกใครนะว่าเราคิดยังไงกับน้ำ ความลับนะน้ำ"
เสียงดังที่ตอนนี้มันกระซิบอยู่ข้างหูทำให้น้ำเม้มปากแน่นหันไปมองหน้าเจ้าของเสียง พร่ามัวไม่แจ่มชัดเพราะม่านน้ำตามาเอ่อนองออกมาบังตา
"ขี้แยอีกแล้วเด็กชายชลเนตร ฮ่าๆๆ อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย ใครรังแกมาเหรอคร้าบ ไหนบอก นายอภิพงศ์ซิ"
จะไม่ให้รักเพื่อนคนนี้ได้ยังไง จะไม่ให้ใจมันคิดเกินเลยได้อย่างไร สิ่งที่เขาพยายามทำหรือแสดงออกมาอยู่ทุกเวลาทุกนาที มันสะสมกลายเป็นความทรงจำที่มีค่าตราตรึงอยู่ในใจไปหมดแล้ว คำพูดทุกคำ น้ำเสียงทุ้ม รอยยิ้มที่แสนจะเปี่ยมเสน่ห์นี้ จะไม่ให้รักได้อย่างไร รักไปแล้ว หมดใจแล้ว น้ำสะอึกน้ำตาตัวเองสุดจะกลั้น เอามือทุบไปที่บ่าของเพื่อนรัก
"อ้าว ไหงมาตีนายอภิพงศ์แบบนี้ล่ะเด็กชายชลเนตร เดี๋ยวเย็นนี้โดนทำโทษน้า"
เสียงหัวเราะของบอททำให้น้ำหยุดร้องไห้ได้ ที่น้ำตาไหลไม่ได้เสียใจหรือปวดใจแต่อย่างใด มันสุข รู้สึกสุขจนล้น มันล้นออกมาทางตา ไม่อยากจะรู้ว่าสิ่งที่เขาเอ่ยออกมามันจะจริงหรือแค่อยากจะปลอบใจ ไม่อยากรับรู้ว่าในใจของเพื่อนรักคิดอะไรอยู่ อยากรู้แค่นี้ แค่ได้ยินแค่นี้ ขอหล่อเลี้ยงหัวใจด้วยคำพูดเหล่านี้ ไหนๆก็รักเพื่อนไปแล้ว เข้าใจความรู้สึกของตัวเองแล้วว่ามันคืออะไร สิ่งที่เรียกมันมาตลอดว่าความรู้สึกที่ประหลาด ตอนนี้รับรู้แล้วว่ามันคือ ความรัก รักจากใจ รักหมดทั้งหัวใจ
ถ้าเราอยู่ในที่สวยงามสักที่หนึ่ง แวดล้อมไปด้วยแมกไม้เขียวขจีดอกไม้นานาพรรณอวดสีสันส่งกลิ่นหอมกระจายฟุ้งไปทั่ว ขอบฟ้าสีครามตัดกับปุยเมฆสีขาวแลดูนุ่มสบายลอยอยู่เป็นกลุ่มๆ รุ้งงามทอแสงหลากสีอยู่ปลายฟ้าทางด้านโน้น เสียงน้ำไหลเอื่อยๆอยู่ข้างๆกาย ลองหลับตาลงเราจะรู้ไหมว่าเราอยู่ในที่แห่งใด อันความสุขเสพได้ด้วยตาก็จริงแต่หากใจเราไม่รับรสรับรู้สัมผัสถึงมัน เราจะยินดีกับสิ่งที่เสพทางตาหรือ คิดว่าความสุขทุกทางผ่านมาที่ใจแล้ว ใจเราก็คัดกรองแยกแยะเอาว่าสิ่งที่กระทบโสตประสาททั้งหลายมันเป็นสุขหรือทุกข์ ถ้าหากสิ่งที่ได้ยินตอนนี้จะแยกให้มันเป็นทุกข์ ก็ทุกข์ จัดให้มันเป็นสุขเราก็สุข แต่อยู่กับสุขก็ดีกว่าทุกข์ เพราะฉะนั้นเราไม่พยายามแยกทุกอย่างให้มันเอนเอียงมาทางด้านสุขเสียมากกว่าทุกข์ล่ะ เราจะได้มีแต่สุขแม้ว่าเรื่องนั้นมันจะระคนไปด้วยทุกข์มากมายสักเพียงไหนก็ตาม
รอนรอนจะลับฟ้าอยู่ปลายทุ่ง รุ่งรุ่งตะวันฉายในใจฉัน
เย็นเย็นสุริยะฉายต้นเหมันต์ ย่ำย่ำเห็นแสงจันฉายอยู่กลางใจ
อันลมปากแผ่วเบากระซิบหู เสียงชายชู้ตรึงหวานรู้หรือไม่
อันคิมหันต์อบร้อนแรงเพียงใด วสันต์ไซร้หลั่งเทมาก็ไม่ปาน
ละลิ่วลับลอยไปในอากาศ ดังมวลธาตุแตกดับยากผสาน
ใจดวงน้อยปลิวลอยในวิมาน แสนสำราญเริงใจได้ยินคำ
วิสัชนา สิ่งนั้นคือกาลเวลานั่นมิใช่หรือ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น