Powered By Blogger

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สนิมน้ำค้าง (Stained Glass) บทที่ ๔

ปุจฉา อันหนามทิ่มตำเราเอาเข็มบ่งหนามนั้นออกแล้วความรักทิ่มแทงใจเราเอาอะไรบ่งออกฤๅ


พอถึงวันเข้าพรรษาเสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังก้องอยู่ทั่วสารทิศ เสียงดังคล้ายระเบิดย่อมๆนี่เอง ทางวัดบ้านใหญ่ที่ปีนี้ร่วมใจกันทำเขาวงกตขึ้นมา ชาวบ้านก็พากันไปรออยู่บนศาลาการเปรียญตั้งแต่เย็นแล้ว พระสงฆ์ก็ทำวัตรเย็นไปตามกิจวัตร ส่วนชาวบ้านก็เตรียมดอกไม้ธูปเทียนขึ้นไปรอฟังเทศน์อยู่บนศาลา สมัยก่อนคนแก่จะพาลูกหลานไปนั่งฟังพระเทศน์ด้วย เด็กก็ไปทั้งที่ฟังไม่รู้เรื่อง บางคนก็นอนอยู่ข้างๆตายาย เหมือนไปนอนให้พระท่านเทศน์กล่อมให้หลับ แต่เพิ่งมารู้ตอนโตว่าการที่ได้ไปนอนฟังเทศน์แบบนั้นเหมือนมันจะซึมซับเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจได้ไม่น้อยทีเดียว

“เอาดอกนั้นด้วยสิบอท มันไม่บานมาก”

พอตอนเลิกเรียนก็นั่งซ้อนท้ายรถเครื่องของเล็กไปยังหนองน้ำท้ายหมู่บ้านของเล็ก หมู่บ้านของเล็กห่างออกไปจากหมู่บ้านของน้ำประมาณ ๘ กิโลเมตร ที่บ้านของเล็กรับซื้อข้าวเปลือกเพื่อนำไปขายในตัวเมืองฐานะทางบ้านจึงดูเหมือนจะดีกว่าใครในห้อง เล็กพาทั้งสองคนลงเรือพายที่จอดเทียบท่าอยู่มีโซ่ล่ามเอาไว้ เล็กเองบอกว่าเป็นของที่บ้านเพราะมีกุญแจไขเอาเรือพายเบนหน้าออกสู่หนองน้ำ หนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่มีบัวหลวงขึ้นแซมอยู่กับผักตบชวาแถบริมฝั่ง ดอกบัวชูคอสล้างมีทั้งตูมทั้งบานทั้งเป็นฝักและที่เพิ่งพ้นจากน้ำ บอทเองเอาไม้ไผ่อันเล็กๆมีเงี่ยงตรงปลายคอยเกี่ยวเอาดอกบัวตามที่น้ำบอก

“ไม่มีใครมาเอาเหรอวะเล็ก ทำไมเลือเยอะจัง”

น้ำถามขึ้นเพลินเพลินกับการแกะเม็ดบัวจากฝักกิน

“มีดิ แต่ตรงนี้มันอยู่ไกลไป ไปดูฝั่งโน้นดิใบก็ไม่เหลือ มึงจะเอาไปเยอะไหมล่ะจะได้พาไปอีกที่”

“ไม่หรอก เอาแต่พอไหว้พระที่บ้านกับที่วัด”

“เออดี เพราะเอาไปเยอะมันกลับลำบาก”

เล็กบอกเพราะต้องขับรถเครื่องไปส่งทั้งสองคนอีก พอได้ดอกบัวตามที่ต้องการเล็กก็ขับรถไปส่งถึงที่บ้าน น้ำชวนให้เล็กอยู่ไหว้พระที่วัดด้วยแต่เล็กกลัวว่ามันจะค่ำเสียก่อนจึงไม่ได้อยู่ด้วย

“อีเล็กนี่มันห้าวจริงๆเลยนะ ดูมันแต่งตัว ยังกะผู้ชาย”

บอทพูดขึ้นหลังจากที่เล็กกลับไปแล้ว

“ก็ดีนี่ เป็นเพื่อนเราจะได้ไม่หญิงมากไงบอท”

“ฮ่าๆ กลัวว่ามันจะไม่มีผัวอ่ะดิ”

“อ้าว ทำไมล่ะ ทำไมมันต้องมีผัว”

“ไม่รู้ดิ ก็เป็นผู้หญิงต้องมีผัว อย่างเราเป็นผู้ชาย สักวันก็ต้องมีเมีย”

น้ำพยักหน้าคิดตามไปด้วย จริงสินะเราเป็นผู้ชาย สักวันก็ต้องมีครอบครัว มีภาระหน้าที่ที่มากกว่าแค่การเรียน มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบอีกมามายรออยู่เบื้องหน้า ยิ่งคิดยิ่งมองไม่เห็นวันพรุ่ง น้ำสบัดความคิดออกจากหัว เอาเถอะยังไงๆมันต้องดีกว่านี้สิ น้ำปลอบใจตัวเอง

“คิดอะไรอยู่เหรอน้ำ นิ่งเชียว”

บอทถามขึ้นเพราะเห็นว่าเพื่อนรักนิ่งไปนาน แววตาครุ่นคิดอยู่เหมือนมีอะไรในใจ

“อ้อ เปล่าหรอกบอท น้ำคิดเรื่อยเปื่อย บอท น้ำว่าบางทีน้ำอาจจะไม่แต่งงาน”

“อ้าว ทำไมล่ะน้ำ”

“ไม่รู้สิ เรายังเด็กอยู่นี่จะไปคิดทำไมเรื่องมีเมีย”

“ฮ่าๆๆ ถ้าน้ำไม่อยากมีเมีย มาเป็นเมียเราไหมล่ะ”

หันขวับทันที ไม่รู้ว่ารู้สึกอะไรอยู่ หรือคิดอะไรอยู่กันแน่ เพื่อนคนนี้พยายามปรับบีบใจให้มันไปตามลู่ตามทางของมัน แต่ดูคำพูดที่หลุดออกจากปากแต่ละคำสิยอกใจไปได้ไม่น้อยทีเดียว

“อย่าพูดเล่นนะบอท น้ำเอาจริงขึ้นมาซวยนะจะบอก”

พูดออกไปอย่างนั้นทั้งที่ใจกำลังเต้นระส่ำระสายอยู่ จังหวะของหัวใจที่เต้นแรงเร็วบีบอัดกันให้เลือดวิ่งพล่านไปทั้งกาย แก้มระบายสีออกมาอย่างชัดเจน

“ฮ่าๆๆ เอาดิ งั้นคืนนี้เป็นเมียเราเลยไหม”

บอทเองก็เล่นไม่เลิก น้ำเริ่มจะคุมตัวเองไม่อยู่ ถ้าอ้าปากพูดออกไปเสียงคงสั่นแววตาคงทำให้มันนิ่งไม่ได้ ได้แต่ถอนหายใจออกมา

“คิดมากน่าน้ำเราล้อเล่น แหมหน้าแดงเชียวนะ เราไปเอาฟางมาให้อีน้อยดีกว่า เอออย่าลืมเตรียมดอกบัวไว้ให้ผัวนะจ๊ะเมียจ๋า”

“บอท”

ตาขวางกัดฟันพูดเจ้าตัววิ่งหนีไปแล้ว น้ำเองพอบอทลับหลังไปก็แอบฉายยิ้มออกมา รู้สึกดีกับคำพูดเมื่อครู่อย่างประหลาด เหมือนดอกไม้บานกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ มันร้อนแผดเผาอย่างนั้นแต่ดอกไม้มันก็บานขึ้นได้ เพราะอะไรน้ำเองไม่รู้คำตอบ ไม่อยากเสาะแสวงหาว่าทำไม ทำไมหัวใจของตนถึงรู้สึกยินดีปรีดามากมายเช่นนี้

เสียงประทัดสลับกับเสียงกรีดร้องดังแว่วออกมาจากภายในวัดบ้านใหญ่ยิ่งเข้าใกล้วัดมากเท่าไหร่เสียงนั้นดูเหมือนจะแจ่มชัดมากขึ้น น้ำนั่งซ้อนจักรยานที่บอทเป็นคนปั่นตรงไปยังวัด ในมือกำดอกบัวที่มัดด้วยตอกไม้ไผ่มีถุงธูปเทียนห้อยอยู่ด้วย หมู่บ้านของน้ำไม่ได้ทำเขาวงกตเช่นที่บ้านใหญ่ชาวบ้านจึงแห่มาที่บ้านใหญ่เสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนคนที่ขี้เกียจจะไปไกลจากหมู่บ้านก็ไปไหว้พระที่วัดแทนเช่นเดียวกับแม่ บุญช่วยและแม่นิ่มที่แค่เดินไปไม่กี่สิบเมตรก็ถึงวัดประจำหมู่บ้านแล้ว

“โห ท่าทางคนจะเยอะนะน้ำ”

บอทเอ่ยขึ้นเสียงดังเอี้ยวคอมา

“รีบไหว้แล้วเรีบออกมาเถอะ น้ำไม่อยากอยู่นาน หนวกหู”

“ฮ่าๆ หนวกหูหรือว่ากลัวน้ำ เอาให้แน่”

“ทั้งสองนั่นล่ะ ไหนบอกจะไปดูเบ็ดอีกรอบไง ไม่อยากกลับดึกการบ้านฟิสิกส์ก็ยังไม่ได้ทำนะบอท”

“คร้าบ งั้นเหวี่ยงดอกบัวเข้าไปในเขาวงกตเลยดีไหมน้ำ เราจะได้ไม่ต้องเข้าไปให้เสียเวลา”

แทนคำตอบน้ำเอากำปั้นทุบเข้าไปที่กลางหลัง

“โอ๊ย โหดว่ะน้ำ”

“น้อยไปนะ ย้อนดีนัก”

บรรยากาศภายในวัดเป็นไปอย่างครึกครื้น บรรดาเด็กๆก็พากันเล่นประทัดอยู่ทุกมุมของเขาวงกต ไม้ระแนงถูกปักลงพื้นลานวัดเป็นวงกลมกว้าง ภายในก็มีผู้คนเดินวนหลงทางอยู่ เสียงประทัดจุดไล่ดังอื้ออึงแข่งกับเสียงกรีดร้อง เด็กผู้ชายก็จะแกล้งเด็กผู้หญิง แกล้งคนแก่ไม่ได้เพราะถ้าเผลอไปแกล้งนอกจากจะไม่กรีดร้องให้สมใจอยากแล้ว กลับจะโดนด่าล้วงลึกถึงบรรพชนเป็นได้ น้ำเดินตามหลังบอทไปไม่ยอมห่าง ยอมรับว่าใจเสาะในเรื่องเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงฟ้าร้อง ฟ้าฝ่า หรือแม้แต่เสียงที่กำลังดังอยู่ทั่วบริเวณวัดในตอนนี้ น้ำเองหวาดผวาแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่กลัว ไม่สะทกสะท้านเมื่อได้ยิน บอทเองรู้ดีและหาโอกาสแกล้งอยู่ตลอดเวลา

“ไม่แวะไปหาอีเอ๋หน่อยเหรอน้ำ เห็นมันเรียกอยู่นี่”

บอทจับแขนน้ำไว้ตอนออกมาจากเขาวงกต เสียงประทัดดังอื้ออึงให้น้ำประสาทเสียไปกลัวแต่ไม่อยากแสดงอาการอะไรออกมามากนัก พอออกมาได้ก็เดินปรี่จะไปที่จอดจักรยานทันที

“ไม่เอาอ่ะ รีบกลับเถอะต้องไปดูเบ็ดอีกนี่บอทเดี๋ยวยังไงก็เจอมันที่โรงเรียน”

น้ำเดินนำหน้าไม่ยอมเหลียวหลังในใจยังหวาดๆเสียงประทัดอยู่อยากหนีไปให้พ้นจากบริเวณวัด บอทเองหัวเราะร่าอย่างพอใจเดินตามประชิดตัวไม่ยอมห่าง

“ใครน้าบอกไม่กลัว ฮ่าๆ รอเราด้วยดิน้ำจะรีบไปไหนยังไม่สองทุ่มเลย”

“ใครกลัว น้ำไม่ได้กลัว น้ำรำคาญต่างหาก เร็วๆได้ไหมบอท ถ้าไม่เร็วบอทไปเองนะน้ำไม่ไป”

เสียงแข็งห้วนขึ้นทันที แต่บอทเองไม่ได้กลัวแต่อย่างใดทำหน้าทะเล้นใส่อีกต่างหาก

“คร้าบ โหดุจังเว้ย”

บอทเองก็ไม่เคยขัดใจน้ำ ที่จริงไม่เคยงอนเลยเสียด้วยซ้ำ มีแค่เรื่องที่โดดเรียนวันนั้น เป็นครั้งแรกที่บอทรู้สึกน้อยใจไป ในยามวิกาลแม้จะเป็นวันสำคัญที่ชาวบ้านต่างมีกิจกรรมร่วมกันที่วัดกระนั้นไม่เกินสามทุ่มทั่วทั้งหมู่บ้านก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงัด มีเพียงเสียงประทัด บั้งตุ้มดังแว่วมา บอทปั่นจักรยานแวะกลับไปที่บ้านก่อนเพื่อเขาอุปกรณ์คือหม้อแบตเตอรี่สำหรับส่องนำทางและข้องเพื่อใส่ปลา น้ำสะพายข้องไว้กับบ่านั่งซ้อนท้ายจักรยาน บอทเองเป็นคนเอาแบตเตอรี่ที่ชาร์จจนเต็มคล้องที่แขนเอาดวงไฟที่ห้อยด้วยสายผ้ายืดผูกไว้ที่กลางหน้าผากสายนั้นรัดแน่นพอดีกับขนาดของศรีษะ ท้องฟ้าโปร่งสว่างไสวไปด้วยหมู่ดาวน้อยใหญ่ ลมกำลังเปลี่ยนทิศพัดเอื่อยๆ อากาศยามค่ำคืนช่างแสนสบายเสียงล้อจักรยานกระทบกับพื้นดินลูกรังที่ขรุขระดังกึกกัก เสียงผิวปากดังแว่วออกมาจากคนปั่นจักรยาน น้ำเองหัวใจล่องลอยไปไกล ความรู้สึกที่แปลกประหลาดนั้นมันไม่ได้หายไปไหน แจ่มชัดขึ้นมาเสียด้วยซ้ำแต่ทว่าไม่ได้กลัวหรือหวั่นใจอะไรแล้ว เหราะความรู้สึกประหลาดนั้นบางทีมันก็มอบให้ซึ่งความสุข สุขมากมายเหลือเกินแค่ได้เพียงชิดใกล้เพื่อนรักคนนี้ ถ้าหากว่ามันสุขแม้มันจะผิดที่อาจจะคิดเลยเถิดไปไกล ก็จะขอเก็บความรู้สึกนั้นไว้ส่วนที่ลึกที่สุดในหัวใจก็แล้วกัน

“น้ำคืนนี้ไปนอนกับเรานะ”

พอจะบ่ายหน้าจะกลับบ้านหลังจากที่กู้เบ็ดคืนมาทั้งหมดแล้ว ปลาติดเบ็ดพอสมควรแม้ไม่มากเท่าตอนก่อนฝนจะตกแต่ก็ถือว่าพอทำกินไปหลายวัน บอทเอ่ยขึ้นไม่ได้เอี้ยวคอมาถามเหมือนเดิมคงเพราะแบ่งคันเบ็ดไปมัดไว้กับเอว ส่วนหนึ่งอีกส่วนแบ่งมาให้น้ำถือตอนนี้เองที่มีอะไรมาขวางกั้นระหว่างน้ำกับบอท เพราะน้ำเอาคันเป็นที่มัดรวมกันไว้ด้านหน้า

“อืม แต่ต้องทำการบ้านด้วยนะ ป้านิ่มไม่ด่าเอาเหรอเดี๋ยวไปเปิดไฟกวนแก”

“เราก็มาทำการบ้านที่บ้านน้ำดิ ข่างล่างอ่ะเสร็จแล้วค่อยไปนอน”

“แล้วทำไมไม่นอนบ้านน้ำเลยล่ะบอท เดินไปเดินมา”

“นอนบ้านน้ำเดี๋ยวไอ้หินมันเห็นดิ ก็เราจะเล่นเป็นผัวเมียกันนี่คืนนี้อ่ะ”

พูดออกมาหน้าตาเฉย น้ำหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา อยากจะตะปบหลังเพื่อนรักหนักๆสักทีแต่ก็ถือเบ็ดอยู่เต็มกำมือไหนจะข้องไส่ปลาอีก

“พูดเหมือนทำเป็น เอาให้แน่เถอะบอท”

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมโต้ตอบออกไปอย่างนั้นทั้งที่ใจมันเต้นระรัวเต้น ดังจนเกรงว่าเพื่อนจะได้ยินเสียด้วยซ้ำแต่ก็ตอบออกไปแล้ว บอทหัวเราะออกมาทันที

“เป็นดิ วันก่อนเราดูหนังสือโป๊กับไอ้ไก่ พอได้ๆน้ำไม่ต้องห่วง ถ้าเราทำไม่เป็นน้ำก็ทำให้เราดิ ไม่เห็นยาก”

“ดูหนังสือโป๊ทำไมไม่บอกบอท ไปแอบดูมาเหรอ”

เบนประเด็นไปเพราะพูดเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้แล้วเพราะกลัวว่าหัวใจจะวายตายเสียก่อน

“ก็ตอนที่น้ำไปห้องสมุดทำรายงานชีวะกับอีเล็กไง มันชวนไปดูที่หลังโรงอาหาร เดี๋ยววันหลังเรายืมมันมาดูกันสองคนนะน้ำ”

ไม่มีเสียงตอบออกมาเพราะตอนนี้หัวใจมันทำงานหนักเกินไปคิดอะไรไม่ออกหรอก มันเต้นแรงสูบฉีดเลือดเสียจนร้อนรุ่มไปทั้งตัว หัวตื้อคอเริ่มแห้ง รู้สึกว่าตัวร้อนเป็นไฟเหมือนจะเป็นไข้ แต่บอทเองก็ยังไม่หยุดพูดพร่ำเพ้อไปเรื่อยๆจนถึงบ้านช่วยกันเก็บคันเบ็ดเอาปลาขังในตุ่ม น้ำเองพยายามก้มหน้าไม่สบตา เพราะตอนนี้สายตามันคงปกปิดอะไรไม่ได้แล้ว ใจหนึ่งอยากให้มันเกิดขึ้นจริง ใจหนึ่งอยากให้บอทแค่คะนองปากพูดเล่นๆ

“ไปอาบน้ำด้วยกันป่ะน้ำ ไปอาบบ้านเราดีกว่าเงียบกว่าบ้านน้ำ”

หัวใจกลับมาเต้นในจังหวะเดิมน้ำเงยหน้าขึ้นมองสายตาสั่นระริกแต่แค่สบตาอยู่ไม่กี่วินาทีก็หลุบสายตามองไปทางอื่นแก้เขิน

“ทำไมล่ะบอท ทำไมต้องอาบด้วยกัน”

เสียงสั่นจนสังเกตเห็นได้บอทฉายยิ้มออกมา

“อายเหรอน้ำ สั่นเชียวฮ่าๆๆ”

“งั้นไปอาบคนเดียวเลยไป”

เดินหนีไปบอทรีบคว้าข้อมือเอาไว้

“โอ๋ๆ งอนเหรอคร้าบที่รัก ไปถูหลังให้เราหน่อยดิ เหมือนมันมีสิว”

บอทเองก็ไม่ยอมแพ้ ด้วยวัยที่อยากรู้อยากเห็นหรือเพราะหนังสือกระตุ้นใจนั้นทำให้บอทเองก็อยากลองอยากรู้ และถ้าอยากทำอะไรขึ้นมาก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจง่ายๆเช่นกัน น้ำสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกกักมันเอาไว้เผื่อว่าบางทีจังหวะหัวใจจะเป็นปกติลง แต่ไม่เลยใจยิ่งเต้นระรัว ยิ่งสัมผัสจากมือของเพื่อนรัก มันเหมือนมีแรงส่งของพลังงานบางอย่างแผ่กระจายไปทั่วร่าง

“เร็วดิน้ำเหม็นเหงื่อจะแย่แล้วเนี่ย”

“บอทไปก่อน เดี๋ยวเราไปเอาเสื้อผ้าก่อนดิ”

บอทยิ้มออกมายอมปล่อยมือรีบเดินกลับบ้านทันที พูดออกไปแล้ว ตกลงใจไปแล้วแต่ใจทำไมมันไม่ยอมผ่อนจังหวะลงบ้างเลย กลับยิ่งเร่งระรัวเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว พยายามชั่งใจอยู่นานกว่าจะหยิบเสื้อผ้าเดินลงจากบ้านได้ ถอนหายใจออกมาหลายร้อยครั้งแต่ไม่มีอะไรดีขึ้น อยากลอง ยิ่งกับเพื่อนรักที่ใจมันรู้สึกแปลกๆด้วยแล้ว อยากลอง น้ำตั้งคำถามให้กับตัวเองร้อยคำถาม ถามไปต่างๆนานาว่ามันสมควรหรือไม่ควรคล้อยตามเพื่อนรัก แต่สุดท้ายพาร่างเดินไปยืนอยู่ใต้ถุนบ้านของบอทแล้ว

“โหนึกว่าหลับ จะไปตามแล้วนะเนี่ย”

บอทเอ่ยขึ้นน้ำเสียงยังคงปกติเขานอนเปลือยช่วงบนใส่ผ้าขาวม้าเตรียมพร้อม นอนรออยู่ที่แคร่อย่างอารมณ์ดี ในใจของบอทเองก็เต้นระรัวแต่ด้วยเป็นคนที่คิดอะไรพูดออกไปอย่างนั้นเขาเอง จึงไม่มีอะไรต้องปิดบังความรู้สึกของตัวเอง

“ยังไม่อาบอีกเหรอบอท น้ำอุตส่าห์ถ่วงเวลา”

“ไม่อ่ะ รอน้ำไง ถ่วงเวาทำไมล่ะน้ำ ไหนๆน้ำก็ไปไหนไม่รอดหรอก”

“จะเอาจริงเหรอบอท”

เริ่มลังเลใจที่เป็นนายมันพยายามบีบให้ปากอ้าไปอย่างที่มันต้องการ

“ลองดูไงน้ำ น้ำกลัวเหรอ”

“ใครบอกว่ากลัว กลัวว่าบอทจะติดใจต่างหาก”

การเป็นคนปากไม่ตรงกับใจบางทีมันก็ดีนะ เรื่องบางเรื่องเราเก็บไว้ในใจมันดีกว่าการที่คิดอย่างไรพูดออกไปอย่างนั้น แต่น้ำตอนนี้เหมือนกำลังเอาชนะใจตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่ายิ่งไปท้าทายเพื่อนรัก เขายิ่งจะอยากลองทำ

“ติดใจก็ทำกันทุกคืนไง ไม่เห็นยาก”

“บ้าเหรอบอท”

หน้าแดงไม่ยอมหายบอทลุกขึ้นจากแคร่จูงแขนน้ำเดินเข้าห้องน้ำไป ไฟสีส้มในห้องน้ำที่มีตุ่มรองน้ำไว้สำหรับอาบน้ำและโถซ้วมซึมอยู่อีกผั่ง ส่องแสงสว่างพอที่จะให้เห็นว่าเด็กทั้งสองมีปฏิกริยาทางร่างกายที่เปลี่ยนไป จากสีหน้าที่แดงฉานทั้งสองคน เป้ากางเกงของน้ำที่นูนเด่นขึ้นมามันยากที่จะบังคับให้มันสงบลง มันดีดขึ้นมาเองตามแรงสูบฉีดของเลือด ส่วนบอทเองอวัยวะส่วนนั้นมันชูชันขึ้นมาอย่างยากจะปิดบังเพราะเขาพันเอวไว้ด้วยผ้าขาวม้าเพียงเท่านั้น น้ำพยายามหลบตาเม้มปากแน่น ใจเต้นแรงจนแผ่นอกกระเพื่อมไหวอย่างเห็นได้ชัด บอทเองก็ไม่ต่างกัน บอทดึงแขนน้ำเข้าไปใกล้ๆนั่งลงบนปากตุ่ม น้ำขืนตัวไว้ในตอนแรกแต่ก็ปล่อยให้มันเลยตามเลยไป

“น้ำ”

เสียงสั่นลอดออกมาจากลำคอ บอทเองฉายแววตาแสดงความต้องการออกมา เด็กในวัยนี้เรื่องเพศถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ ความเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีระเปลี่ยนมานานแล้ว แต่ความรู้สึกอยากสัมผัสลิ้มลองรสชาติของมันเพิ่งจะมีแสดงอาการก็ช่วงเวลานี้เอง บอทโอบเอวของน้ำเอาไว้เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเรียวเล็กที่ก้มหน้างุดอยู่ น้ำยอมสบสายตาจนได้ เหมือนมีแรงส่งของไฟฟ้าสถิตย์แค่เพียงสบตากันความวาบหวามก็แล่นไปสู่ใจ จ้องมองกันอยู่อย่างนั้นพยายามอ่านความในใจผ่านทางสายตา บอทดึงหน้าน้ำให้เข้ามาใกล้ๆ

“น้ำ”

เสียงนั้นยังก้องอยู่ในโสตประสาทที่เหมือนจะลอยละลิ่วไปไกลแสนไกลแล้ว เสียงที่แว่วแผ่วเบาลอยมากับสายลม กลิ่นลมหายใจมันจ่ออยู่แค่ปลายจมูก กลิ่นไอของลมหายใจถูกสูดเข้าไปในปอด ริมฝีปากหนาเผยอออกจากกัน สัมผัสแรกที่จงใจทำแค่พอแตะริมฝีปากเข้าหากันน้ำก็กระตุกร่างสั่นไหว หัวใจอ่อนละลายไป บอทเองดึงตัวน้ำให้เข้าใกล้ยิ่งกว่าเดิมกระชับเอวประทับริมฝีปากเข้าหากัน น้ำเองก็ไม่ขืนตัวไว้แล้ว แรงส่งจากภายในกระตุ้นการกระทำเป็นอย่างดี ตอนแรกแค่เอาริมฝีปากเม้มอีกฝ่ายไปมาแต่พอเริ่มเอาลิ้นออกมาต่อสู้กันในโพรงปากความแปลกใหม่หฤหรรษ์ก็เข้ามาแทนที่ ร่างเบียดร่างปากบดบี้ขยี้กัน บอทดึงเอาผ้าขาวม้าออกจากตัวดึงกางเกงดึงเสื้อน้ำออกจากร่างเหมือนกัน ร่างที่เปลือยเปล่าทั้งสองร่างกำลังก่ายกอดกัน ความต้องการจากภายในแสดงออกมาอย่างชัดเจน

“น้ำดูดให้เราหน่อยสิ”

บอทถอนหน้าออกจากน้ำส่งสายตาวิงวอน

“ทำไม่เป็น”

เสียงสั่นเครือออกมาสายตาวาบหวามนัก

“ดูดเหมือนไอติมไงน้ำ”

“บอททำให้เราดูก่อนดิ เดี๋ยวเราทำให้”

“อืม”

บอทเปลี่ยนให้น้ำนั่งลงบนปากตุ่มแทนแล้วโก่งโค้งลง ชั่งใจอยู่นานกับสิ่งที่จ่ออยู่ต่อหน้า สิ่งนี้หรือที่เราจะเอาปากเข้าไปครอบเอาลิ้นลงดูดเลีย แต่อารมณ์ที่กระพือดังไฟลามในทุ่งต้องสายลม มันจะไม่ดับมอดไปถ้าหากว่าพระพิรุณยังไม่โปรยปรายมาระงับดับมัน บอทยอมอ้าปากออกแล้วกลืนแท่งเนื้อนั้นเข้าไปในปากอย่างแผ่วเบา

“อา บอท”

น้ำตัวงอจิกหัวของเพื่อนรักเอาไว้แน่นหน้าตาบูดเบี้ยวเหมือนเจ็บปวดทรมาน เสียงครางที่ลอดคอออกมามันไม่ได้เจ็บปวดแต่อย่างใด แต่มันคือความหรรษาพึงใจกับสัมผัสอุ่นเปียกตรงหว่างขานั้น

“บอท น้ำ น้ำ ไม่ไหวแล้ว”

งอตัวลงมือยังจิกอยู่ที่เส้นผมของเพื่อนรักที่ไม่ยอมถอนปากออกง่ายๆร่าง ของน้ำกระตุกสั่นไหวทุกส่วนในร่างกายเกร็งแข็ง บอทเองยอมถอนปากออกมาบ้วนของเหลวที่ออกจาร่างของน้ำที่อมไว้ในปากทิ้ง

“โห เยอะมากน้ำ คาวว่ะ”

บอทเอาขันน้ำในตุ่มตักขึ้นมาบ้วนปากน้ำเองนั่งตัวเกร็งอยู่ ความรู้สึกประหลาดที่มีซ่อนอยู่เบื้องลึกของใจตอนนี้มันเด่นชัดขึ้นมา สิ่งที่ทำไม่ใช่แค่ความคะนองอยากรู้อยากลองแต่มันคือสัมผัสของบางอย่างใน หัวใจ

“ทำให้เราบ้างดิน้ำ”

บอทบอกแล้วนั่งลงปากตุ่ม น้ำเองก็ยอมทำแต่โดยดี ยิ่งเห็นหนั่นเนื้อนั้นของเพื่อนรักใจยิ่งหวิวสยิวเข้าไปในทรวง น้ำอ้าปากทำอย่างที่บอททำให้เมื่อครู่ ลากลิ้นผ่านอย่างแผ่วเบา

“อูยน้ำ เสียว”

บอทครางออกมาจากในลำคอกัดฟันแน่นตัวเริ่มเกร็ง พอกลืนท่อนเนื้อนั้นเข้าไปในปากก็ขยับไปมา เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องสอนมันเป็นเองทั้งที่ไม่เคยทำกับใครหรือดูสิ่งยั่วใจมาก่อน แค่คิดว่าอยากจะถนอมทุกส่วนมนร่างกายของเพื่อนรักคนนี้ให้ดีที่สุด ทำอย่างเต็มใจออกมาจากใจ บอทเกร็งตัวเอามือจิกหัวเหมือนกับน้ำ

“น้ำ น้ำ เราไม่ไหวแล้ว อ่า”

ร่างของบอทกระตุกสองสามทีของเหลวที่ปล่อยเข้าไปในโพรงปากของน้ำเขาไม่บ้วนทิ้งกลืนกินลงคอไปหมดแล้ว

“อัวะ”

รีบถอนปากออกจากหว่างขาของบอท อาเจียนออกมาทันที

“น้ำ”

“อ่า อ๊วะ อั๊วะ”

น้ำหูน้ำตาไหลออกมา กลิ่นคาวที่คลุ้งอยู่ในคอตีขึ้นจมูก น้ำนั่งลงกับพื้นมีบอทคอยลูบหลังให้ เอาของในท้องออกมาจนหมดไส้หมดพุงจึงยอมหยุด น้ำตาไหลออกมาเพราะแรงดันจากการอาเจียน

“ฮ่าๆ ใครให้กินล่ะน้ำ คาวจะตาย มาๆเราล้างตัวให้”

บอทหวัเราะอย่างอารมณ์ดี ส่วนน้ำได้แต่ส่ายหน้ายืนนิ่งให้บอทเป็นคนอาบน้ำให้

ราตรีในหน้าหนาวที่ใกล้เข้ามามันยาวนานกว่าเพลากลางวัน ราตรีที่มีแต่เราสองอยากให้มันยาวนานอย่างนี้ไปทุกฤดูกาล ถ้าหากมีแต่เราอยากให้อะไรๆมันยืนยาวนานไปหมดทุกอย่าง ดาราบนแผ่นฟ้าสีดำส่องแสงระยิบระยับ ทางช้างเผือกสีขาวนวลตาทอดยาวผ่านฟ้ามืดดำนั้น ใจเอยจะดาวดวงไหนหรืออีกกี่สิบทางช้างเผือกมาหล่อหลอมรวมกันมันยังไม่สว่างเท่าความรู้สึกในใจที่เกิดขึ้นตอนนี้เลย


วิสัชนา ถ้ารักทิ่มแทงใจก็ให้เอารักนั้นบ่งออก แต่รักเอยหากได้ทิ่มแทงใจใครแล้วรู้ไว้เถิดมันไม่หายไปไหนหรอกหนา ต่อให้ควักใจออกมาบีบให้แตกสลายแต่รอยรักนั้นจะเจืออยู่ทุกอณูไม่ใช่หรือ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น