Powered By Blogger

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

สนิมน้ำค้าง (Stained Glass) บทที่ ๓

ปุจฉา ใจกับกายสิ่งไหนมีพลังอำนาจมากกว่ากัน
 
 
ตามชนบทในที่ห่างจากแสงสีเสียง โอกาสที่นักเรียนมัธยมจะเตร็ดเตร่ทำกิจกรรมต่างๆเหมือนเด็กในเมืองนั้นแทบไม่มี มีแต่ทุ่งนา สนามหญ้าในโรงเรียน จับกลุ่มแซวคนนั้นคนนี้ตามศาลากลางหมู่บ้าน หรือไม่ก็รองานประจำปีหรือไม่ก็งานวัดประจำหมู่บ้าน เช่นเด็กวัยรุ่นทุกคนที่รอเทศกาลลอยกระทงอย่างใจจดใจจ่อ หมู่บ้านหรือที่โรงเรียนไม่ได้จัดงานอะไรเป็นเรื่องเป็นราว แต่เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญเพราะถือเป็นโอกาสที่จะได้พบปะสังสรรค์กันนอกเหนือจากเวลาเรียน เทศกาลลอยกระทงปีนี้ตรงกับวันที่ ๓ พฤศจิกายน อีกหนึ่งเดือนกว่าที่วันลอยกระทงจะมาถึง  แม้งานจะมีอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าแต่เพื่อนๆในห้องก็เริ่มพูดถึงเรื่องนี้แล้ว วันลอยกระทงกลายเป็นหัวข้อสนทนาส่วนใหญ่ ถ้าในวงของผู้ชายก็จะไปชวนสาวคนไหนไปลอยกระทงดี ถ้าในวงผู้หญิงก็จะทำกระทงยังไงดี หรือจะไปกับใครดีประมาณนี้ ส่วนน้ำกับบอทรวมถึงเล็กเองไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือสนใจที่จะร่วมสนทนากับหัวข้อนี้เพราะคิดว่าเพื่อนๆเห่อมากจนเกินไป เอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่า แต่ทั้งที่งานวันออกพรรษาที่ใกล้เข้ามาถึงก่อนงานวันลอยกระทงกลับมองข้ามกันไป เพราะเด็กผู้หญิงบางคนไม่ชอบเสียงประทัด แต่เด็กผู้ชายชั้นมัธยมต้นส่วนใหญ่จะตื่นเต้นกับงานวันออกพรรษากว่างานวันลอยกระทง เพราะจะได้ทำบั้งตุ้ม ในที่นี่คือบั้งไม้ไผ่ใส่น้ำและก๊าซที่ใช้เอามาบ่มกล้วยจุดไฟใส่ลงไปเสียงดังไปสามบ้านเจ็ดบ้าน พอปลายเดือนกันยายนเสียงประทัดเอย เสียงบั้งตุ้มเอยดังกึกก้องอยู่ตั้งแต่ตะวันยังไม่ลับขอบฟ้าจนเกือบสามทุ่ม
 
"เออไอ้น้ำ ก่อนวันออกพรรษามึงไปเอาบัวบ้านกูไหม"
 
เล็กถามขึ้นเมื่อตอนพักเที่ยงหลังจากแยกกลุ่มออกจากเพื่อนๆที่จ้อกันใหญ่เรื่องวันออกพรรษา ที่บ้านใหญ่เขาจะมีงานประจำปีเอาไม้ระแนงมาปักเป็นเขาวงกต มีต้นกล้วยทั้งต้นปักอยู่ตรงกลางเขาวงกตนั้นเพื่อให้ชาวบ้านลอดเข้าไปเพื่อบูชาพระพุทธองค์ตามความเชื่อของชาวพุทธ แต่ระหว่างทางก็จะเจอเด็กๆปาประทัดใส่ กว่าจะเข้ากันได้ก็ร้องเสียงแหบเสียงแห้งกันไปทีเดียว เล็กทำหน้าเซ็งๆก่อนจะเดินตามน้ำกับบอทมานั่ง
 
"โหอีกตั้งนานมึง ต้องดูก่อนนะมึงเผื่อวันนั้นแม่กูใช้ไปไหน"
 
"ไปตอนเย็นดิ เดี๋ยวกูมารับ"
 
"อ้าว มอร์ไซค์มึงอัดสามคนได้เหรออีเล็ก"
 
บอทถามขึ้นทำหน้าสงสัยอยู่
 
"มึงก็ไม่ต้องไปดิไอ้บอท กูจะมารับไอ้น้ำคนเดียว"
 
"อ้าวอีเล็ก มึงจะให้กูย้ำอีกกี่รอบว่าถ้าน้ำไปไหนถ้าไม่มีกูไปด้วยน่ะ น้ำมันไม่ไปหรอก จริงไหมน้ำ"
 
เอ่ยอย่างมั่นใจทำหน้าทะเล้นใส่เล็ก อยากลองใจเพื่อนขึ้นมา เพื่อนที่รักมากกว่าใครอยากจะรู้ใจเขาเหลือเกิน
 
"ไปดิ น้ำจะไป บอทไม่ต้องไปเป็นเพื่อนน้ำหรอก"
 
ตอนพูดออกมาก็ใจเต้นแรง ปฏิกริยาตอบรับของบอทตอบสนองทันที หน้าแดงก่ำสีหน้าเปลี่ยนไป สายตาจากที่ทะเล้นใส่เมื่อครู่หายไป
 
"แน่ใจเหรอน้ำ"
 
เสียงเข้มห้วนสายตาก็จ้องมองอยู่ไม่วางตา
 
"อืม น้ำอยากไป"
 
"ตามใจ"
 
เก็บอาการไม่ค่อยเป็นหรือมันเป็นปฏิกริยาจากข้างในของบอท น้ำเองก็ไม่อาจจะทราบได้แต่รู้ว่าร้อนใจ เพราะตั้งแต่รู้จักบอทมา ทั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ บอทไม่เคยแสดงอาการแบบนี้ให้เห็นมาก่อน บอทเดินหนีไปแล้ว
 
"เอาล่ะสิไอ้น้ำ ได้เรื่องแล้วไหมล่ะมึง"
 
"มันเป็นอะไรวะเล็ก"
 
"มันงอนมึงอ่ะดิ ไปง้อมันหน่อย"
 
ทั้งที่ควรจะใจหายแต่ทำไมรู้สึกดีใจ ข้างในลึกๆมันสุดแสนจะดีใจ ดีใจที่เพื่อนรักแสดงอาการแบบนี้ออกมา ไม่ได้ลำบากใจเรื่องที่จะง้องอนให้เพื่อนคืนดี น้ำยิ้มออกมาแล้วส่ายหน้า
 
"กูไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ ไปง้อมันทำไม"

พูดออกไปอย่างนั้นทั้งที่ใจมันไม่อยู่กับตัวแล้ว ไม่อยากให้ใครมองว่าง้องอนกันเกินไป ชีวิตวัยรุ่นที่เปราะบางนัก บางเรื่องที่ควรพูดก็เก็บงำเอาไว้กับตัว บางอย่างที่ไม่ควรพูดก็โพล่งมันออกมาทำร้ายใจกัน บอทขึ้นไปบนห้องเรียนแต่ไม่ได้อยู่ในห้องพอน้ำกับเล็กขึ้นไปก็พยายามมองหา คาบเรียนแรกในตอนบ่ายเริ่มไปแล้ว วิชาพระพุทธศาสนากับอาจารย์แววคนเดิม อาจารย์บางคนสอนถึงสามวิชาที่โรงเรียนประจำตำบลเหมือนดรงเรียนนี้ นับเป็นเรื่องปกติเพราะอาจารย์ที่สอนไม่เพียงพอ อย่างอาจารย์แววสอนวิชาคณิตศาสตร์กับวิชาพระพุทธศาสนาสำหรับชั้นมัธยมปลาย ส่วนมัธยมต้นสอนคณิตศาสตร์และวิชาสังคมศึกษา

"มันไปไหนวะน้ำ ไปตามมันหน่อยดิคาบต่อไปคุณนายพรพิมลเอาตายเลยนะมึง"

เล็กเดินเข้ามาบอกหลังจากคาบแรกจบลง น้ำทำหน้าครุ่นคิด แต่ก็นิ่งอยู่ไม่ได้ทำท่าสนใจมากนัก คาบวิชาภาษาอังกฤษผ่านไปอีกบอทก็ยังไม่กลับเข้ามาเรียน น้ำเริ่มกระสับกระส่ายแล้ว ทนอยู่ไม่ได้อีกต่อไปพอจบคาบที่สองน้ำรีบเดินออกไปจากห้อง แวะเข้าห้องสมุดก่อนในชั้นสอง ไม่มี เดินลงตึงไปยังอาคารแรก ห้องพยาบาลบอทน่าจะอยู่ที่ห้องพยาบาลเพราะโดยปกตินักเรียนที่ขี้เกียจเรียนโดยส่วนมากจะหลบไปนอนอยู่ห้องพยาบาล น้ำเดินเข้าห้องพยาบาลไป ครูประจำห้องคงจะไปสอนแล้วเพราะไม่มีคนเฝ้า น้ำเดินตรงไปยังหลังห้องที่มีม่านสีฟ้าอ่อนๆกั้นเอาไว้มีเตียงเหล็กสองเตียงวางเรียงกันอยู่ ร่างของบอทนอนอยู่อย่างสบายใจ

"บอท ไม่สบายเหรอ ทำไมไม่ไปเรียน"

น้ำพูดออกไปตอนนี้ไม่จำเป็นต้องบิดบังความรู้สึกแล้วเพราะไม่มีใคร

"สนใจเราด้วยเหรอน้ำ"

น้ำเสียงประชดประชันเจ้าตัวหันหลังให้

"บอท บอทเองก็รู้นะน้ำพูดไปอย่างนั้นล่ะ น้ำไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซะหน่อย"

ยังหันหลังอยู่ไม่ยอมหันมา แต่น้ำกลับยิ้มออกมาในใจมันเต้นร้องอยู่อย่างดีใจ

"บอทโกรธน้ำเหรอ"

"ไม่นี่ เราจะไปโกรธน้ำเรื่องอะไร"

"ไม่โกรธแล้วไม่หันมาคุยล่ะ"

"เราง่วง"

"น้ำขอโทษนะบอท"

เดินไปประชิดขอบเตียงเอื้อมมือไปแตะบ่าของเพื่อนในใจก็เต้นตุ้มๆต่อมๆ

"น้ำขอโทษ"

เสียงลอดออกไปจากห้วงที่ลึกที่สุดของใจ เสียงที่เปล่งออกมาจากความรู้สึก

"น้ำ"

บอทหันหน้ามามองตาเพื่อนจับมือเอาไว้

"น้ำ เราไม่เคยไปไหนโดยไม่มีน้ำ เราเสียใจนะถ้าน้ำจะไปไหนโดยไม่ชวนเราหรือไม่อยากให้เราไปด้วย"

เผยความในใจออกมา น้ำยิ้มออกมา

"น้ำแกล้งบอทนี่ไม่รู้เหรอ แล้วคิดเหรอว่าน้ำจะไปไหนโดยไม่มีบอท"

"นี่น้ำแกล้งเราเหรอ"

ดึงแขนน้ำให้ล้มลงบนเตียงทันที บอทกอดร่างของน้ำเอาไว้น้ำเองก็ไม่ได้ขัดขืน อบอุ่นใจ ดีใจ มีความสุขเหลือเกิน

"เรากำลังหลบคาบอาจารย์อ้วนอยู่นะบอท ไม่กลัวเหรอ"

อาจารย์อ้วนคือครูห้องปกครองที่ขึ้นชื่อในเรื่องความโหด แต่บอทก็ส่ายหน้าไม่สนใจ

"ไม่กลัวหรอก ขี้เกียจ วันนี้ขอไม่เรียนสักวันนะน้ำนะ"

บอทอ้อนแล้วกอดกระชับแน่นขึ้น น้ำเองแม้ใจจะอยากเรียน แต่ตอนนี้เอาอะไรมาลากไปยังไงก็คงไม่ไป กลิ่นลมหายใจของเพื่อนรักมันยังตลบอบอวลอยู่ไม่มีเสียงพูดคุยอะไรกันอีกพยายามใช้ใจที่มีสื่อสารกัน น้ำเองจิตใจลอยละลิ่วไปไกลแสนไกล

ในสมัยนั้นการทำโทษนักเรียนที่โดดเรียนคือการตี ไม้เรียวที่เหลามาอย่างดีมันแพล่บเพราะผ่านการใช้งานมานานผ่านก้นของนักเรียนมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่กรุ่น การตีของครูห้องปกครองจะไม่มีออมมือหรือเบาแรงแต่อย่างใด ตีคนละสามทีเป็นอย่างมาก ตอนที่ง้างมือออกกอดอกรอไม้เรียวหวดลงมาที่ก้นนั้นมันหวาดเสียวยิ่งนัก พอไม้เรียวจะกระทบกับก้นก็กระเด้งเอวไปข้างหน้า ถ้าใครกระเด้งไปมากเกินงามครูก็จะตีใหม่ ตีอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะนิ่ง ตอนสุดท้ายของคาบเรียนเสียงเปียโนที่เป็นออดบอกเวลาดังขึ้น น้ำจึงสะกิดบอกให้บอทลุกตามขึ้นห้องไป

"ซวยแล้วมึง ไอ้อ้วนมันให้มึงสองคนไปหาที่ห้องปกครอง"

เล็กพอเห็นหน้าเพื่อนทั้งสองก็รีบเข้ามาบอกหน้าตาตื่น น้ำสีหน้าซีดเผือดลงทันที บอทเองก็ไม่ต่างกัน

"น้ำไม่ต้องไปหรอกเดี๋ยวเราไปเอง"

"ไม่ได้หรอกบอท เราหลบกันสองคนไม่รอดหรอก"

"เดี๋ยวเราบอกว่าน้ำปวดหัวเราไปตาม ไม่เป็นไรหรอก"

บอทยังคงยกเหตุผลมาอ้างแต่น้ำเองก็ไม่สนใจฟัง เดินตามบอทลงอาคารเรียนตรงไปยังอาคาร ๑ พอไปถึงอาจารย์อ้วนก็ถาม บอทเองก็ตอบไปอย่างที่ตั้งใจไว้

"ว่าไงไอ้น้ำมึงปวดหัวจริงเหรอ"

น้ำก้มหน้าลงอึกอัก

"นิดหน่อยครับ"

"แล้วมึงทำไมต้องไปเฝ้ามันไอ้บอท"

เสียงจากถามธรรมดาเริ่มเป็นตวาด บอทเองเงียบ

"ผมเป็นห่วงมันครับ"

"ดี งั้นมึงสองคนก็โดนไปละกัน เป็นห่วงกันดีนัก"

โดนตีไปคนละสองที แสบแปลบๆที่ก้น "ผมเป็นห่วงมัน" แค่คำเดียวมันชุ่มชื่นแผ่ไปถึงใจ ต่อให้โดนตีอีกสักสิบทีก็คุ้มแล้ว น้ำเองเม้มปากไว้บอทเองก็นิ่งไม่พูดหรือแสดงอาการอะไรออกมา ตอนเดินกลับบ้านด้วยกัน น้ำเองก็เอ่ยขึ้น

"เจ็บไหมบอท"

เหลือบไปมองเพื่อนรักที่เดินขาถ่างๆไม่พูดไม่จา

"เจ็บดิถามได้ ไอ้บ้านั่นมันบ้าอำนาจ ห่าอะไรวะแค่หลบเรียนคาบเดียว พอไปเรียนมันก็ไม่เห็นสอนห่าอะไร ให้แต่อีเดือนถอนหงอกให้ ไอ้ควายเอ้ย"

โพล่งออกมา ด้วยความคับแค้นในใจ

"เอาน่าบอท ก็เราหลบจริงๆนี่ น้ำขอโทษนะบอทที่ทำให้บอทเจ็บ"

"น้ำ"

เสียงหลงลอยละลิ่วปลิวไปกับสายลม

"เราสิต้องขอโทษน้ำที่ทำให้ซวย น้ำจะมาขอโทษเราทำไม"

"น้ำไม่เป็นไร น้ำทนได้ แต่น้ำไม่อยากให้บอทเจ็บ"

"เราก็ไม่อยากให้น้ำเจ็บ"

บอทเองพูดออกมาสายตาบอกอย่างนั้นจริงๆ ส่วนน้ำเม้มปากแน่นพยักหน้า ในใจมันยิ่งตีระรัวดีดดิ้นดีใจไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย ร่างกายต่อให้มันเจ็บปวดสักแค่ไหนแต่ถ้าใจมันมีความสุขความเจ็บนั้นก็ทุเลาเบาบางลง

ปลายฝนต้นหนาวร่างกายเริ่มสัมผัสได้ถึงลมหนาวที่พัดเข้ามาเยือนกลิ่นอายของความแห้งแล้งหนาวเย็นพัดเข้ามาปะทะหน้า อากาศที่เย็นสบายไม่ร้อน ต้นไม้ใบหญ้ามันดูสวยมิติมันดูอ่อนลงนุ่มลง แสงตะวันมันก็ดูอ่อนโยนลงไม่แผดรังสีร้อนเหมือนที่ผ่านมา ร่างของเด็กชายสองคนเดินเคียงข้างกันบนทางลูกรังที่เริ่มมีฝุ่นฟุ้งขึ้นมา ทั้งสองเดินเคียงข้างหยอกล้อกันไปตลอดทาง

"น้ำตักน้ำเสร็จแล้วไปปักเบ็ดกันนะ เดี๋ยวเราไปขุดไส้เดือนก่อน"

พอกลับถึงบ้านก็แยกกันไปทำงานบ้านของตัวเอง น้ำเองมีน้องชายคอยช่วย แม่บุญช่วยยังอยู่ที่สถานีอนามัย ส่วนพ่อถาวรเองก็ยังไม่กลับจากโรงเรียนทั้งที่โรงเรียนเลิกแล้ว เห็นหินบอกว่าที่โรงเรียนมีประชุมเรื่องกีฬาสี พ่อถาวรเลยต้องอยู่รอทั้งที่เป็นแค่ภารโรง ส่วนแม่นิ่มออกไปหาหญ้ามาให้อีน้อย

"อย่าลืมเอาฟางให้อีกว้างนะหินพี่ไปปักเบ็ดก่อน นึ่งข้าวด้วยนะเดี๋ยวแม่กลับมาจะด่าเอา"

"รู้แล้วน่า"

เสียงน้องชายวัยเก้าขวบตอบหน้าตาดูไม่ได้เรื่องหรือทีท่าว่าจะใช้งานได้เลยแต่เขาก็ทำได้ ทำมาตั้งแต่อยู่ ป ๒

"โอ๊ย เจ็บว่ะน้ำ"

พอเอาก้นขึ้นนั่งบนเบาะของจักรยานบอทก็ร้องออกมา

"จะปั่นได้ไหมอ่ะบอท ไม่ไหวเราเดินไปนาใกล้ๆบ้านดีไหม"

น้ำเสนอความคิดเพราะตนก็เจ็บที่ก้นเหมือนกันทั้งที่ยังไม่ขึ้นนั่ง

"อืม นาพ่อใหญ่มานะเหรอ"

พอตกลงกันได้ก็เอาจักยานไปเก็บเดินตามกันลัดเลาะป่าชายทุ่งออกไป ทุ่งนาเขียวขจีมองออกไปสุดลูกหูลูกตาแสงแดดรำไรส่องประกายเจิดจ้าอยู่ ลมหนาวพัดเข้ามา บอทเองเคยบอกกับน้ำว่าน้ำคิดไปเองมันไม่ใช่ลมหนาวแค่ลมกำลังเปลี่ยนทิศ แต่น้ำเองรู้สึกได้ ชอบฤดูนี้เป็นพิเศษ แม้มันจะดูเหงาหงอย แต่มันแฝงอยู่ด้วยกลิ่นอายของความสุข สุขจากไหนไม่ทราบ แค่ได้กลิ่นหัวใจมันก็เป็นสุขแล้ว

"เราดูก้นหน่อยสิน้ำเป็นแผลไหม"

พอกลับมาถึงบ้านอาบน้ำกินข้าวเสร็จบอทก็มานอนอุตุอยู่ที่ห้องของน้ำหอบหนังสือมาอย่างทุกวัน

"เฮ้ย บ้าเหรอบอท"

เผลอร้องออกมา

"อายไรวะ น้ำก็ดูให้เราด้วยดิ ทายาให้หน่อยเป็นรอยแน่ๆไอ้อ้วนบ้าเอ้ย"

บอทไม่ได้สนใจท่าทางของน้ำ นอนคว่ำลงดึงกางเกงผ้ายืดออกเผยให้เห็นบั้นท้ายทั้งสองข้าง รอยแดงๆยาวพาดก้นนั้น

"โห เจ็บไหมบอท รอยมันเริ่มเขียวๆแล้วอ่ะ เดี๋ยวเราไปเอายาหม่องมาทาให้"

น้ำลุกเดินออกไปจากห้องลงไปข้างล่างสักพักก็กลับขึ้นมาพรอ้มยาหม่องในมือ

"เบาๆนะน้ำ เจ็บ"

"อือ"

นิ้วมือก็บรรจงเกลี่ยยาหม่องทาให้ทั่วก้นเบาบางกลัวว่าเพื่อนรักจะเจ็บ เห็นแล้วก็สงสารไม่อยากเห็นเพื่อนเจ็บเลยแม้แต่น้อย บอทเองก็เคลิ้มหลับตาพริ้ม

"มาเราทำให้น้ำบ้าง"

บอทดึงกางเกงขึ้น น้ำเองลังเลอยู่ได้ไม่นานเพราะกลัวว่ามันจะผิดสังเกตไปรีบนอนคว่ำลงแล้วดึงกางเกงของตนออกเหมือนบอท

"ก้นน้ำนี่ขาวจังนะ มีรอยแบบนี้ไม่สวยเลย"

"นั่นแน่ จะทาก็รีบทาจะมาดูทำไมล่ะบอท"

"ก็มันขาวอ่ะ ก้นเราดิดำๆ"

"ใครจะมาดู มีแต่น้ำนี่ล่ะที่เห็น"

"ก็เราอยากให้น้ำเห็นเราแบบดีๆนี่"

"บอท บอทจะเป็นยังไงน้ำก็จะมอง น้ำก็พอใจที่ได้มอง"

เสียงขรึมเครียดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว บอทเองยิ้มออกมา ไม่พูดอะไรอีกทายาหม่องลงไปบนก้นแผ่วเบาเช่นกัน

"ถ้าเรามีแฟน เราอยากมีแฟนให้ได้เหมือนน้ำจังนะ"

กระตุกหัวใจอีกครั้ง ยิ่งคิดยิ่งหวั่นไหว ยิ่งมาพูดกระตุกใจ น้ำเม้มปากแน่นระบายลมหายใจออกมา

"ทำไมล่ะบอท น้ำไม่เห็นจะมีอะไรดี"

"ใครบอก ทำไมน้ำไม่เป็นผู้หญิงนะ เราจะได้ขอเป็นแฟน"

"ไอ้บ้า ถ้าน้ำเป็นผู้หญิง เราก็คงไม่ได้มานอนด้วยกันแบบนี้หรอกนะ แล้วทำไมบอทไม่เป็นผู้หญิงล่ะ น้ำจะได้ขอเป็นแฟนบ้าง"

น้ำพูดออกมาแล้วจ้องตาเพื่อนรัก

"บ้าน้ำก็ เค้าเขินน้า"

ทำท่าทางตุ้งติ้งขึ้นมา น้ำเองหัวเราะออกมา บอทเองก็หัวเราะ

"แต่เราสัญญานะน้ำว่าเราจะรักน้ำแบบนี้ตลอดไป"

เอ่ยคำมั่นสัญญาออกมา คำพูดที่คนฟังสะอึกจารมันไว้ในใจทันทีที่ได้ยิน คำสัญญาที่แม้จะเป็นเพียงแค่คำพูดของเด็กชายอายุ ๑๖ปี แต่มันตราตรึงอยู่ในใจแล้วตราบนานเท่านาน
 
๒๑ กันยายน ๒๕๔๑

กูรู้สึกดีมากเลยนะตอนที่มึงงอนกูเรื่องที่กูจะไปกับอีเล็ก ทำไมไม่รู้ กูรู้สึกว่ามึงห่วงกูมาก แค่นี้ก็รู้สึกดีมากแล้ว ยิ่งได้เห็นมึงงอนนอนอยู่ในห้องพยาบาล กูยิ่งรู้สึกดี นี่กูคงเป็นบ้าไปแล้ว แต่เสียใจอยู่อย่างเดียวที่ต้องโดนไอ้อ้วนตี ไม่อยากเห็นมึงเจ็บเลยว่ะ ไม่ว่าจะยังไง ไม่ว่าใครจะผิดหรือถูก กูปวดใจเหลือเกิน รู้สึกอยากจะโดนตีอยู่คนเดียว ยิ่งเห็นรอยไม้เรียวบนก้นมึง กูอยากจะร้องไห้ เสียใจว่ะทั้งวันมีความสุขมาตลอดวัน มาเสียใจก็แค่เรื่องนี้ ถ้ามึงเจ็บนะ มึงรู้ไว้เลยกูเจ็บกว่ามึงหลายร้อยเท่านัก เพื่อนรัก คำสัญญาที่มึงให้ไว้กับกูกูจะจำมันไปจนวันตาย เช่นกันแม้กูจะไม่ได้พูดมันออกมา กูอยากจะบอกมึงเหลือเกิน ว่ากูก็รักมึงมาก มากเสียจนกูโมโหตัวเองที่ดูเหมือนมันจะมากเกินไป จำไว้นะเพื่อน กูจะรักมึงไปจนกว่ากูจะตาย
 
 
 
วิสัชนา ใจสิเพราะถ้าร่างที่ไร้ใจก็เหมือนต้นไม้ที่ไร้รากแก้วดูดสารอาหาร รอวันเหี่ยวแห้งตายเช่นนั้นแล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น